แมนยู กู่ไม่กลับ บุกไปแพ้ วัตฟอร์ด แบบหมดสถาพ 4-1 แถมกัปตันทีม แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เล่นห่วย จนโดนไล่ออก ทำให้เก้าอี้ของ โซลชา ใกล้หักเต็มที หลังพาทีมแพ้ในลีกเป็นนัดที่ 5แล้ว

โซลชา

ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษประจำวันเสาร์ที่ 20 พ.ย. 2564 ที่สนาม วิคาเรจ โร้ด เป็นการดวลกันระหว่าง วัตฟอร์ด ทีมอันดับ 17 กับ แมน ยู ทีมอันดับ 6

วัตฟอร์ด ปรับโผจากเกมล่าสุดที่ออกไปแพ้ อาร์เซน่อล 1-0 สามตำแหน่งโดยที่ ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ อดีตดาวเตะ ผีแดง ได้คัมแบ็คในโผ ขณะที่ เบน ฟอสเตอร์ เฝ้าเสาเป็นตัวจริงเกมที่ 500 ในอาชีพ

ด้าน แมน ยู ซึ่งมีผลงานแย่แพ้ในลีกสี่จากหกนัดหลังปราศจาก ปอล ป็อกบา กับ ราฟาแอล วาราน สองขุนพลทีมชาติฝรั่งเศสที่บาดเจ็บ รวมถึง เมสัน กรีนวู้ด ที่ติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่ เจดอน ซานโช่ ซึ่งเคยอยู่ในอะคาเดมี่ของ แตนอาละวาด ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง

เริ่มเกมขึ้นมาเป็นทีมเจ้าบ้านบุกเข้าหา และนาทีที่ 8 จากจังหวะตักบอลโด่งเข้าเขตโทษ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ก็ตามไปเบียด โจชัว คิง ล้มจึงเป็นลูกโทษ แต่ อิสไมล่า ซาร์ สังหารเบาหวิวถูก ดาบิด เด เคอา ขยับไปปัดได้ แล้วมี กีโก้ ฟาเมเนีย ตามไปซ้ำตุงตาข่าย แต่ดันวิ่งเข้าเขตโทษก่อน ผู้ตัดสินจึงให้ยิงใหม่ และคราวนี้ ซาร์ เลือกยิงกลางประตูเลยโดนปัดได้เป็นซ้ำสอง

แมนยู

และแล้วนาทีที่ 28 แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งโดนนวดอยู่นานก็ตาข่ายขาดจนได้เมื่อ อาร่อน วาน บิสซาก้า โขกสกัดลูกโด่งไปให้ เดนนิส เก็บได้ในเขตโทษด้านซ้ายแล้วปาดจากเส้นหลังมาหน้าประตูโดยมี โจชัว คิง เด็กเก่า ผีแดง แปเหน่งๆระยะแปดหลาเข้าประตูพา วัตฟอร์ด นำ 1-0

ทีมเยือนพยายามกัดฟันฮึดสู้ และนาทีที่ 32 แรชฟอร์ด ซึ่งขยับจากปีกซ้ายไปเล่นทางขวาก็มีโอกาสตามไปเก็บบอลโยนยาวแล้วได้แปในเขตโทษ แต่ ฟอสเตอร์ ปัดทิ้งได้เยี่ยม

วัตฟอร์ด ยังข่ม แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไปอย่างสนุก กระทั่งนาทีที่ 41 อดัม มาซิน่า ก็ได้ตั้งป้อมสาดบอลจากกราบซ้ายมาหน้าประตูให้ คิง โขกเหน่งๆไม่มีใครคุมระยะสิบหลาถูก เด เคอา ผวาปัดได้อย่างไม่น่าเชื่อ

กระนั้นก็ดี อีกสามนาทีต่อมา เจ้าบ้านลุยขึ้นมาทางซ้าย และทำชิ่งกันได้เยี่ยมก่อนที่ เฟเมเนีย จะตวัดเรียดให้ ซาร์ ที่ยืนโล่งๆไม่มีประกบตะบันจาก 14 หลาเสียบเสาไกลแก้ตัวได้สำเร็จเพิ่มสกอร์ 2-0 ให้กับ แตนอาละวาด จนได้

บู๊กันต่ออีกพักเดียว อิมรัน ลูซ่า ไปดึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ล้มจึงโดนจดชื่อก่อนที่เกมในครึ่งแรกจะจบลงโดยเจ้าบ้านซึ่งเล่นได้เหนือกว่าบานเบอะนำไปก่อน 2-0

แมนยู

ครึ่งหลัง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แก้เกมด้วยการเปลี่ยนสองตัวสำรองให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงไปแทน แรชฟอร์ด กับ แม็คโทมิเนย์ และได้ผลตั้งแต่นาทีที่สี่เมื่อ ซานโช่ มีพื้นที่สาดบอลจากกราบขวาลึกไปเสาสองแล้ว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โขกตั้งย้อนมาให้ ฟาน เดอ เบ็ค พุ่งโหม่งเผาขนสามหลาไม่เหลือพา ผีแดง ไล่ตามมา 2-1

เกมของทีมเยือนมีลุ้นมากขึ้นอย่างชัดเจน และนาทีที่ 56 ฟาน เดอ เบ็ค ทำดีอีกหนเมื่อลงต่ำไปแย่งบอลได้แล้วโยนขนานเส้นขึ้นทางขวาให้ ซานโช่ ควบไปสาดยาวเข้าเสาสอง แต่ แฟร์นันด์ส หลักไม่ดีเลยวอลเลย์เฉี่ยวกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ขยับมาอีกนาทีเดียว ฟาน เดอ เบ็ค ระเบิดฟอร์มต่อด้วยการแทงบอลเรียดขึ้นหน้าให้ โรนัลโด้ หลุดเดี่ยวโดยไม่ออฟไซด์ แต่จังหวะสับไกระยะ 12 หลาของสตาร์โปรตุกีสโดน ฟอสเตอร์ ถลันออกมาบล็อคได้สำเร็จส่งบอลปลิ้นข้ามคาน

แมนยู

ผ่านมาถึงนาทีที่ 62 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไปทำฟาวล์ ซาร์ เลยโดนจดชื่อก่อนที่เจ้าบ้านจะถอด นิโคลัส เอ็นคูลู ที่เริ่มกระเผลกออก และส่ง วิลเลี่ยม ทรูสต์ เอก็อง ลงเล่นแทน

จากนั้นในนาทีต่อมา ซาร์ ก็เจ็บในจังหวะโดน ฟาน เดอ เบ็ค เข้าปะทะ และหลังจากได้รับการเยียวยาอยู่นานก็เล่นต่อไม่ไหว ต้องเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 68 ให้หัวหอกโคลอมเบีย ชูโช่ เอร์นานเดซ ลงบู๊แทน

และแล้วอีกนาทีเดียว แม็กไกวร์ ก็ทำพลาดแบบง่ายๆจนได้เมื่อเลี้ยงบอลไกลตัวหน้าเขตโทษแล้วโดน เคลฟเวอร์ลีย์ เข้าแย่งจนต้องรวบคู่กรณีล้ม ทำให้ได้เหลืองที่สองต้องออกจากสนามตามระเบียบ

แม้จะเหลือสิบคน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ลุยต่อ และได้เสียวในนาทีที่ 75 เมื่อ ซานโช่ ตักโด่งจากด้านขวาให้ โรนัลโด้ โหม่งข้ามคานนิดเดียวก่อนที่ วัตฟอร์ด จะส่ง ชูเอา เปโดร ลงเล่นแทน อิมรัน ลูซ่า

ล่วงมาถึงนาทีที่ 78 ฟาน เดอ เบ็ค แทงบอลให้ โรนัลโด้ หลุดไปเกี่ยวหลบ ฟอสเตอร์ แล้วดีดบอลเข้าประตู แต่เป็นลูกล้ำหน้า จากนั้นในนาทีที่ 83 ลุค ชอว์ ก็เจ็บที่ศีรษะซ้ำอีก และต้องเดินออกไปโดยมี ดีโอโก้ ดาโลต์ ได้ลงสนามแทน

แมนยู

ช่วงที่เหลือ วัตฟอร์ด อาศัยขุมกำลังที่เหนือกว่าบุกเข้าใส่อาคันตุกะอีกยก และนาทีที่ 90 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ใช้งาน เจสซี่ ลินการ์ด แทน ซานโช่ เป็นตัวสำรองรายที่สี่ตามกฏที่สามารถเปลี่ยนตัวเพิ่มได้หากมีนักเตะเจ็บศีรษะ

ในช่วงทดเวลาห้านาที แตนอาละวาด มาได้ประตูเพิ่มจากการเสียบอลของ ลินการ์ด ที่ เดนนิส ฉกไปไหลขึ้นทางขวาให้ เปโดร ยิงมุมแคบผ่าน เด เคอา เข้าไปในนาทีที่ 92 เพิ่มสกอร์ให้ วัตฟอร์ด นำ 3-1

เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 95 แฟนเจ้าบ้านก็ได้เฮอีกจากลูกเปิดยาวของ ฟอสเตอร์ ที่ มาติช ปล่อยบอลตกพื้นกระทั่ง เดนนิส ได้ลากเข้าไปซัลโวมุมแคบด้านขวาเข้าประตูพร้อมรับใบเหลืองจากการถอดเสื้อฉลอง จบเกม วัตฟอร์ด จึงกำชัยไปแบบหายห่วง 4-1 ทำให้ โซลชา น่าจะชะตาขาดแน่จากการพาทีมแพ้ในลีกซีซั่นนี้เป็นเกมที่ห้าเข้าไปแล้ว

แมนยู

ติดตามความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอลได้ที่ : ข่าวสารฟุตบอล

อัพเดทข่าวสารวงการกีฬา ฟุตบอล ผลบอล ผลฟุตบอลทั่วโลก พรีเมียร์ลีก ไทยลีก ฟุตบอลโลก ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมทั้งวิเคราะห์บอล

อัพเดทข่าวสด ผลการแข่งขัน มีเกมส์-และกิจกรรม ให้ร่วมสนุกมากมาย เพราะเรามีผู้สนับสนุนหลัก ซึ่งเป็นเว็บไซด์มาตรฐานสากลให้การรับรองผลการแข่งขัน ทุกรายการ

สามารถเช็คผลการแข่งขัน ก่อนและหลังเกมส์ ครบทุกคู่ ทุกลีก รวดเร็วก่อนใครได้ที่นี่

ขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ

ฟุตบอล
ฟุตบอล