เกมส์แรกในฐานะกุนซือ แมนยู "คาร์ริค" เจอกับงานหนักอึ้ง ในการไปเยือน "เรือดำน้ำสีเหลือง" งานนี้ต้องปลุกปีศาจในตัวนักเตะให้กลับมาฮึกเหิม เพื่อคว้าชัยชนะนัดแรกให้ได้

แมนยู

 ไมเคิ่ล คาร์ริค เตรียมคุมทีมนัดแรก ในเกมส์ที่ แมนยู เยือน บียาร์เรอัล ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F ในคืนอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2564 นี้

แมตช์นี้ แมนยู ต้องการชัยชนะ เพื่อทำให้พวกเขามีโอกาสเข้ารอบน็อกเอาต์ที่สดใสแล้ว ยังเป็นการเรียกขวัญกำลังใจได้เป็นอย่างดี หลังจากที่ทีมต้องเจอวิกฤติทั้งในและนอกสนาม

จากการที่ทางสโมสร แมนยู เพิ่งปลด โซลชา ก่อนหน้านี้ แล้วได้ตั้งให้ ไมเคิ่ล คาร์ริด คุมทีมชั่วคราว เกมส์นี้จึงมีความสำคัญกับพลพรรค ปีศาจแดงทุกคน เพราะนัดนี้จะเป็นเกมส์ที่พวกเค้าต้องการชัยชนะเพื่อเรียกความศรัทธาของแฟนบอลกลับมาให้ได้

แมนยู

ในสถานการณ์ตอนนี้ แมนยู ค่อนข้างจะมีปัญหาหนักทั้งในและนอกสนาม นับตั้งแต่สโมสรได้ปลด โซลชาก่อนหน้านี้ฉะนั้นการบุกไปเยือน บียาร์เรอัล ในเกมส์นี้จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะมันไม่ใช่แค่สามคะแนนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปลุกขวัญกำลังใจให้เหล่านักเตะ แมนยู ด้วย

แมนยู ร่วงไปอยู่อันดับ 8 ในตารางลีกโดยมีแค่ 17 คะแนนเท่านั้น แต่สำหรับแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขายังมีลุ้นในการเข้าไปเล่นรอบน็อกเอาต์ เพราะหากเก็บชัยชนะในการเยือน “เยลโล่ ซับมารีน” น่าจะทำให้ทีมตีตั๋วรอบ 16 ทีมสุดท้าย

แมนยู

แมตช์นี้ไม่เพียงแค่ชัยชนะจะทำให้พวกเขามีโอกาสเข้ารอบน็อกเอาต์สดใสแล้ว ยังเป็นการเรียกขวัญกำลังใจได้เป็นอย่างดีหลังจากที่ทีมต้องเจอวิกฤติทั้งในและนอกสนาม แน่นอนว่านี่คืองานที่ค่อนข้างหนักเอาเรื่องสำหรับ คาร์ริค เพราะเขาได้ทำหน้าที่เป็นกุนซือ แมนยู ครั้งแรกในชีวิต แม้ว่าทีมจะมีทรัพยากรชั้นยอดก็ตาม แต่ก็คงต้องใช้เวลาในการปรับตัวเพื่อให้เหมาะกับแท็กติกของเขา

แมนยู

ยิ่งไปกว่านั้นการประเดิมงานคุมทีมแมตช์แรกของ คาร์ริค หากผลออกมาเป็นบวก มันน่าจะเป็นการปลอบประโลมความผิดหวังให้กับขุนพล “ผีแดง” ที่ต้องเจ็บปวดจากการทำให้ โซลชา ต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งด้วย

แน่นอนว่าในแมตช์นี้ฟอร์มการเล่นของ แมนยู อาจจะไม่ได้สวยอย่างที่สาวก “เร้ด อาร์มี่” คาดหวัง แต่ขอแค่ให้ชนะก็พอ เพราะแมตช์ต่อไปที่จะต้องเยือน เชลซี จะได้มีกำลังใจฮึดสู้ต่อไป

ในส่วนของเกมรุกตอนนี้ แมนยู อาจจะใช้ชุดเดิมที่แพ้ วัตฟอร์ด นั่นก็คือ มาร์คัส แรชฟอร์ด, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เจดอน ซานโช่ เพราะ เอดินสัน คาวานี่ ยังมีปัญหาบาดเจ็บ ส่วน เมสัน กรีนวู้ด ติดเชื้อโควิด-19

แมนยู

จะว่าไปแล้ว 3 ประสานของ แมน ยู ชุดนี้ถือว่าอันตรายเลยทีเดียว ยิ่งการจับ ซานโช่ ลงเล่นในตำแหน่งที่เขาถนัด ยิ่งช่วยให้นักเตะสามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้มากยิ่งขึ้น ส่วน แรชฟอร์ด กับ โรนัลโด้ ถือว่ามีมาตรฐานชั้นยอดอยู่แล้ว

ยิ่งการได้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์ คงทำให้ แมนยู สามารถสร้างโอกาสอันตรายได้มากยิ่งขึ้น แต่กระนั้นหากทีมเกิดมีปัญหา คาร์ริค ก็สามารถปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่น ด้วยการใช้ เจสซี่ ลินการ์ด ลงมาพลิกเกมก็ได้

ดังนั้นในเรื่องของเกมรุกไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องกังวลมากนัก เพราะด้วยคุณภาพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะทำให้เกมรับของ บียาร์เรอัล ต้องปั่นป่วนอย่างแน่นอน

แมนยู

สิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือเกมรับของ แมนยู ที่หลวมเหลือเกิน โดยเฉพาะการที่ทีมยังไม่มี ราฟาแอล วาราน คอยทำหน้าที่เป็นตัวหลัก งานนี้ คาร์ริค ต้องคิดให้รอบคอบในการจัดคู่เซนเตอร์แบ็กสำหรับการปะทะกับ บียาร์เรอัล

ตอนนี้ คาร์ริค มีตัวเลือกในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กเพียง แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ เอริก ไบยี่ ฉะนั้นการต้องรับมือกับความแข็งแกร่งและรวดเร็วของ อาร์เนาต์ ดานจูม่า คงเป็นเรื่องที่อันตรายเหลือเกิน

อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้สูงที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคคาร์ริค จะยังคงสานต่อแนวคิดของ โซลชา ในการใช้งาน แม็กไกวร์ คู่กับ ลินเดอเลิฟ เพราะอย่างน้อยๆ สองคนนี้เล่นร่วมกันมานาน และน่าจะรับมือกับแนวรุกของ บียาร์เรอัล ได้ดี

กระนั้นก็อาจเป็นไปได้ที่ คาร์ริค จะลองจับ แม็กไกวร์ นั่งสำรองเพื่อจะได้ทบทวนผลงานของตัวเองในช่วงที่ผ่ามา และเสี่ยงใช้งาน ลินเดอเลิฟ กับ ไบยี่ แทนก็ได้

    ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เกมในกลุ่ม F บียาร์เรอัล เตรียมเปิดสนาม  Estadio de la Cerámica ต้อนรับการมาเยือนของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าบ้าน บียาร์เรอัล ภายใต้การทำทีมของ อูไน เอเมรี่ ผลงานดีขึ้นมาตามลำดับ ซึ่งเกมที่แล้วก็เป็นการเสมอกับ เซลต้า บีโก้ มาได้อีก ซึ่งก็ทำให้ผลงานตลอด 3 เกมหลังสุดกับทุกรายการก็ยังคงไม่แพ้ใครเลย

ทางฝั่ง แมนยู ที่พึ่งจะประกาศปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ออกจากตำแหน่งกุนซือของทีม และให้ทางไมเคิ่ล คาร์ริค นั้นเป็นกุนซือขัดตาทัพไปก่อน ซึ่งผลงานในเกมที่แล้วก็เป็นการแพ้บุกไปโดน วัดฟอร์ด ถล่มมายับแบบไม่เป็นทรง ทำให้ผลงานตลอด 3 เกมหลังสุดของพวกเขานั้นยังคงไม่ชนะใคร ดูแล้วเกมนี้ แมนยู บรรยากาศในทีมไม่สู้ดีนัก แต่ทว่าการปลดกุนซือน่าจะสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้ทีมได้ ดังนั้นแม้ว่าผลงานของทีมอาจจะยังไม่เข้าที่ แต่เกมนี้ก็น่าจะมีลุ้นบุกมาชนะเจ้าถิ่นที่ผลงานดีไปได้เหมือนกัน

แมนยู

ติดตามความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอลได้ที่ : ข่าวสารฟุตบอล

อัพเดทข่าวสารวงการกีฬา ฟุตบอล ผลบอล ผลฟุตบอลทั่วโลก พรีเมียร์ลีก ไทยลีก ฟุตบอลโลก ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมทั้งวิเคราะห์บอล

อัพเดทข่าวสด ผลการแข่งขัน มีเกมส์-และกิจกรรม ให้ร่วมสนุกมากมาย เพราะเรามีผู้สนับสนุนหลัก ซึ่งเป็นเว็บไซด์มาตรฐานสากลให้การรับรองผลการแข่งขัน ทุกรายการ

สามารถเช็คผลการแข่งขัน ก่อนและหลังเกมส์ ครบทุกคู่ ทุกลีก รวดเร็วก่อนใครได้ที่นี่

ขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ

ฟุตบอล
ฟุตบอล