แมนยู ต้องตั้งสติกลับมาเก็บชัยชนะให้ได้อีกครั้ง โดยเกมนี้พวกเขาจะเปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งต้องบอกว่าเมื่อเดือนก.พ.ปีที่แล้ว "นักบุญ" เพิ่งจะโดนหลอนจนขนหัวลุกด้วยสกอร์ 0-9

แมนยู

แมตช์นี้ถือเป็นการครบรอบ 1 ปีฉะนั้น “เดอะ เซนต์ส” ตั้งใจเต็มที่ที่จะบุกมาลบรอยแผลเป็นที่แสนเจ็บปวด ในขณะเดียวกัน “ปีศาจแดง” ก็ต้องคว้าสามแต้มให้ได้ เพื่อจะได้กลับขึ้นไปอยู่ในอันดับท็อปโฟร์อีกครั้ง และหากไม่สำเร็จ งานนี้โอกาสที่จะคว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คงน่าเป็นห่วงเลยทีเดียว

นักเตะกำลังหลัก กลับมาพร้อมช่วยทีมแบบเต็มสูบ

ตอนนี้ขุมกำลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาใกล้สมบูรณ์แล้ว ล่าสุด อเล็กซ์ เตลลิส หมดช่วงกักตัวโควิดแล้วและกลับมาลงสนามฝึกซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมทัพ “ปีศาจแดง” เต็มที่ เพื่อเตรียมรับมือเซาธ์แฮมป์ตัน

 

ขณะที่ เฟร็ด ตอนนี้ยังไม่ได้ลงสนามซ้อมและยังต้องกักตัว แต่กระนั้นก็ยังมีลุ้นหากการตรวจโควิดเป็นลบ เขาก็อาจจะได้รับอนุญาตให้ลงสนามช่วยต้นสังกัดในแมตช์สำคัญนี้ได้เช่นกัน

ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ไม่มีใครเจอปัญหาบาดเจ็บรบกวน โดยเฉพาะผู้เล่นคีย์แมนอย่างเช่น ราฟาแอล วาราน, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กลับมาซ้อมอย่างเต็มที่ และดูมีชีวิตชีวา แสดงให้เห็นว่าพวกเขาลืมความผิดหวังจากเกมกลางสัปดาห์ไปได้บ้างพอสมควร

การได้ผู้เล่นสำคัญกลับมาครบเซ็ตถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลานี้ เนื่องจากพวกเขากำลังประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นโดยเฉพาะครึ่งหลักง ฉะนั้นหากได้นักเตะตัวหลักฟิตสมบูรณ์เต็มที่นั่นจะช่วยทำให้ ราล์ฟ รังนิก สามารถปรับแท็กติกได้อย่างเหมาะสม

โรนัลโด้ ต้องการหยุดสถิติเลวร้ายให้เร็วที่สุด

ตอนนี้ โรนัลโด้ คงรู้สึกกระหายลงไปกระซวกตาข่าย เซาธ์แฮมป์ตันเต็มที่แล้ว เพราะในเกมล่าสุดกับ เบิร์นลีย์ นอกจากจะถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง พอถูกเปลี่ยนตัวก็ทำผลงานไม่ดีเท่าไหร่ และยิงประตูไม่ได้ด้วย ยิ่งทำให้ “เฮียโด้” ออกอาการหงุดหงิดเลยทีเดียว

 

หนึ่งในเหตุผลที่ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ไม่ค่อยพอใจเพราะเขาได้สร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำนั่นก็คือการซัดประตูคู่แข่งไม่ได้ 5 เกมติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติเทียบเท่ากับที่เขาเคยทำเอาไว้สมัยที่เล่นให้ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2010

ดาวเตะเลือดฝอยทอง วัย 37 ปี ได้ชื่อว่าเป็นตัวพ่อในการทำลายสถิติของตัวเอง และคู่แข่ง แต่ตอนนี้เขากำลังจะทำลายสถิติยิงไม่ได้ติดต่อกัน 6 แมตช์ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตัวไม่ต้องการให้สิ่งนี้ติดอยู่ในประวัติการเล่นฟุตบอลของเขา

ฉะนั้นในเกมรับมือนักบุญแดนใต้ บรรดาแฟนผีโปรเจกต์คงจะได้เห็น “ซีอาร์ 7” ลงเล่นด้วยแพชชั่น และความกระหายที่จะยิงประตู เพราะนอกจากจะช่วยให้ทีมเก็บ 3 แต้มแล้ว ยังทำให้เขารอดพ้นจากสถิติที่ไม่น่าอภิรมย์ด้วย

ทุกนัดจากนี้ พลาดไม่ได้ ไม่งั้นท็อปโฟร์หลุดมือ

ทุกครั้งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงสนาม นี่คือประเด็นที่พลาดไม่ได้เลยจริงๆ นั่นก็คือการคว้าชัยชนะเพื่อโอกาสลุ้นติดท็อปโฟร์ เพราะตอนนี้สถานการณ์ของพวกเขาชักน่าเป็นห่วงซะแล้ว

 

ทำไมนะเหรอ ? ก็ทั้ง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (4) และ อาร์เซน่อล (5) ทำคะแนนแซงหน้าไปแล้ว แม้ว่าแต้มจะห่างกันแค่ 1 คะแนน (กับเวสต์แฮม) เท่ากับ “ปืนใหญ่” แต่หากพิจารณาจากโปรแกรมของ “เดอะ กันเนอร์ส” พวกเขาแข่งน้อยกว่า 1 แมตช์

ยังไม่หมดแค่นั้นหากเหลือบไปดู สเปอร์ส แม้ว่าจะพลาดท่าแพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน มาในเกมล่าสุด แต่คะแนนตามหลัง แมนฯ ยูฯ แค่ 3 แต้ม แถมยังแข่งน้อยกว่า 2 แมตช์ ฉะนั้นถ้า “ไก่เดือยทอง” เก็บ 6 แต้มเต็มจากแมตช์ตกค้าง นั่นยิ่งทำให้ “ผีแดง” อาการหนักเข้าไปอีก

ด้วยเหตุนี้ในแมตช์รับมือ “เดอะ เซนต์ส” สามคะแนนจึงเป็นคำตอบเดียวที่พวกเขาต้องทำให้ได้ เพราะหากพลาดงานนี้คู่แข่งทั้งสามทีมคงมีกำลังใจมากยิ่งขึ้นในการลงเล่นหลังจากแมนฯ ยูฯ

จะว่าไปแล้ว 3 เกมต่อจากนี้ ทีมของกุนซือราล์ฟ รังนิก มีโปรแกรมไม่หนักเลย เพราะรับมือ เซาธ์แฮมป์ตัน และ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ก่อนจะไปเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด ฉะนั้น 9 คะแนนต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นคงเลิกหวังท็อปโฟร์ !

เซาธ์แฮมป์ตัน เคยมีประสบการณ์ที่สุดเลวร้ายในการเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เซาธ์แฮมป์ตัน เคยมีประสบการณ์ที่สุดเลวร้ายในการเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อพวกเขาพ่ายให้กับเจ้าบ้านถึง 0-9 แต่นั่นเป็นอดีตไปแล้ว เพราะตอนนี้ “นักบุญ” กำลังอยู่ในฟอร์มที่คึกสุดๆ และพร้อมที่จะปะทะกับ “ผีแดง” เต็มสูบ

ผลงาน 4 เกมหลังสุดในลีกของ “เดอะ เซนต์ส” ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวเพราะพวกเขาชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 โดยผลงานที่โดดเด่นก็คือการเสมอ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และบุกชนะ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส

ฉะนั้นการเยือน “โรงละครแห่งความฝัน” แม้ว่าพวกเขาจะเคยพบกับฝันร้ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ถือว่าครบ 1 ปีพอดี ด้วยเหตุนี้การบุกมาเพื่อลบรอยแผลเป็นที่สุดอับอายจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของทีมเยือนไ

ขณะที่ แมนฯ ยูฯ ผลงานในลีก 4 เกมของพวกเขาก็ยอดเยี่ยมเช่นกันเพราะเก็บได้ 8 คะแนนจาก 12 แต้ม แถมไม่แพ้ด้วย แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือ “ผีแดง” อาจจะอยู่ในช่วงขาดความมั่นใจ เพราะพวกเขาเพิ่งร่วงตกรอบ เอฟเอ คัพ และดันเสียท่าเสมอบ๊วยอย่าง เบิร์นลี่ย์

ด้วยเหตุนี้ เซาธ์แฮมป์ตัน อาจจะใช้จังหวะที่ขุนพล “ปีศาจแดง” มีอาการระส่ำระส่ายจากฟอร์มที่ไม่คงเส้นคงวา และหากพวกเขาเฉียบคมเหมือนในเกมบุกสอย สเปอร์ส งานนี้อาจมีอะไรติดไม้ติดมือกับแดนใต้ก็ได้

ติดตามความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอลได้ที่ : ข่าวสารฟุตบอล
อัพเดทข่าวสารวงการกีฬา ฟุตบอล ผลบอล ผลฟุตบอลทั่วโลก พรีเมียร์ลีก ไทยลีก ฟุตบอลโลก ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมทั้งวิเคราะห์บอล
อัพเดทข่าวสด ผลการแข่งขัน มีเกมส์-และกิจกรรม ให้ร่วมสนุกมากมาย เพราะเรามีผู้สนับสนุนหลัก ซึ่งเป็นเว็บไซด์มาตรฐานสากลให้การรับรองผลการแข่งขัน ทุกรายการ
สามารถเช็คผลการแข่งขัน ก่อนและหลังเกมส์ ครบทุกคู่ ทุกลีก รวดเร็วก่อนใครได้ที่นี่

ขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ

ฟุตบอล
ฟุตบอล